สิ่งที่ควรระวังในการใช้ตัวชี้วัด KPI เพื่อประเมินผลงาน

Last updated: Jun 9, 2020  |  336 จำนวนผู้เข้าชม  |  PMS & KPIs / OKRs

สิ่งที่ควรระวังในการใช้ตัวชี้วัด KPI เพื่อประเมินผลงาน

สิ่งที่ควรระวังในการใช้ตัวชี้วัด KPI เพื่อประเมินผลงาน

ดร.ปิยะวัฒน์  จารุธนรัตน์กุล 
9 มิถุนายน 2563


1.การใช้ตัวชี้วัดแบบ KPI สำหรับการประเมินผลงาน เป็นสิ่งที่หลายองค์กรได้ดำเนินการไปแล้ว  แต่ก็อาจจะเจอกับปัญหาในการใช้ระบบดังกล่าวพอสมควร   ทั้งนี้จากประสบการณ์การให้คำปรึกษาและจัดสัมมนาในเรื่องนี้ให้กับหลายองค์กร  สามารถสรุปสภาพปัญหาโดยทั่วไปในการใช้ KPI และข้อแนะนำในการแก้ไข  ดังนี้

2.การกำหนดมาตรวัดผล KPI ที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะของตัวชี้วัด  ในกรณีนี้พบว่า มีการกำหนด KPI เป็นตัวชี้วัดผลงาน แต่ใช้มาตรวัดแบบสเกลในการให้คะแนน เช่น  พอใช้ ปานกลาง ดี ดีมาก  ซึ่งการใช้สเกลดังกล่าว  เหมาะสำหรับตัวชี้วัดเชิงพฤติกรรมมากกว่า  ทั้งนี้ในการประเมินผลงานด้วย KPI เราจะต้องกำหนดค่าเป้าหมายและเกณฑ์การวัดที่ชัดเจนเป็นตัวเลข ที่สามารถคิดคำนวณได้จากผลงานที่เกิดขึ้นจริงๆ  ไม่ใช่การประมาณค่าแบบช่วงสเกล
การกำหนด KPI ที่เน้นวัดงานที่ทำมากกว่าผลของงานที่ทำเสร็จแล้ว  ซึ่งการวัดเน้นงานที่ทำดังกล่าว จะทำให้พนักงานทุ่มเทใส่ใจในงานเฉพาะของตนเอง  และอาจจะบอกกว่าทำงานแล้ว ทำแล้ว ทำเยอะแล้ว  แต่องค์กรก็อาจจะไม่ได้ผลสำเร็จตามที่คาดหวัง   ดังนั้น ในการกำหนด KPI เราจึงควรเน้นวัดที่ผลของงาน ไม่ใช่กิจกรรมของงาน


3.การกำหนด KPI ที่เน้นผลสำเร็จของงานตนเอง แต่มองไม่เห็นลูกค้าหรือผู้เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ผลของงานนั้น  ในกรณีนี้พบว่ามีการกำหนดตัวชี้วัดที่ผลสำเร็จของงาน  เช่น จำนวนยอดผลิตสินค้าที่ผลิตได้  จำนวนรายงานที่ผลิตได้  แต่ไม่คำนึงว่าผลผลิตเหล่านั้นสอดคล้องกับที่ลูกค้าหรือผู้เกี่ยวข้องต้องการหรือไม่  เพราะการสร้างผลผลิตออกมา  แต่ถ้าลูกค้าไม่ต้องการหรือไม่ตรงกับความต้องการ ก็จะเกิดความสูญเปล่า และเสียหายได้เช่นกัน  ดังนั้นในการกำหนด KPI จึงต้องกำหนดไปให้ถึงลูกค้าเลยว่า สุดท้ายแล้วลูกค้าจะได้รับอะไร


4.การเน้น KPI เฉพาะตำแหน่งงานโดยไม่สนใจผลประกอบการขององค์กร ในกรณีนี้จะพบว่า พนักงานในแต่ละตำแหน่งอาจจะทำงานได้ผลสำเร็จตาม KPI ของตำแหน่งตนเอง  แต่พนักงานอาจจะไม่มีความสนใจ  หรือมีส่วนร่วมกับเป้าหมายของทีมหรือผลประกอบการขององค์กรน้อยมาก  ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรู้สึกร่วมกันรับผิดชอบและมองเห็นผลกระทบในงานตนเองต่อองค์กรโดยภาพรวม เราควรจะกำหนดตัวชี้วัดอีกลักษณะหนึ่งขึ้นมา นั่นคือตัวชี้วัดผลงานร่วมขององค์กร  หรือของหน่วยงาน  ที่ให้ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบในผลประกอบการหรือเป้าหมายหน่วยงาน ซึ่งตัวชี้วัดลักษณะนี้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานที่ทำ   แต่อย่างไรก็ตาม  เราอาจกำหนดสัดส่วนการร่วมรับผิดชอบในตัวชี้วัดร่วมนี้ มากน้อยแตกต่างกันไปตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง


5.การกำหนดเป้าหมายของ KPI ในระดับที่เคยทำได้มาก่อน ในกรณีนี้พบว่า  มีการกำหนดค่าเป้าหมายในระดับผลงานที่เคยทำได้อยู่แล้ว  หรือสูงขึ้นมานิดหน่อย  ซึ่งการกำหนดค่าเป้าหมายแบบดังกล่าว จะทำให้ระดับผลงานยังคงอยู่กับที่  ไม่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น  ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว  เราจึงควรใช้ข้อมูลฐานเพื่อประกอบการกำหนดค่าเป้าหมายของ KPI ทุกครั้ง  ว่าเราจะดีขึ้นจากข้อมูลฐานหรือสิ่งที่เคยทำได้เท่าไหร่ อย่างไร


Powered by MakeWebEasy.com